• เสาร์. ส.ค. 15th, 2020

เถาวัลย์เปรียง…สมุนไพรที่ชื่ออาจไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนรุ่นใหม่

เถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง  แต่ความจริงคนโบราณรู้จักนำเอาเถาวัลย์เปรียงมาใช้ประโยชน์ในทางยามานานแล้ว

เถาวัลย์เปรียง…หลากชื่อเรียก
เถาวัลย์เปรียง หรือชื่อภาษาอังกฤษเพราะ ๆ ว่า Jewel Vine ที่ได้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Derris scandens (Roxb.) Benth. อยู่ในวงศ์ถั่ว FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE เป็นสมุนไพรที่ได้มีการพบได้ในทุกภาคของประเทศไทย จึงได้มีชื่อเรียกว่าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ภาคกลางเรียกเถาวัลย์เปรียงแดง หรือ เถาวัลย์เปรียงขาว ที่ตามสีของเนื้อไม้ ภาคเหนือที่เรียกเครือเขาหนัง หรือ เครือค้องแกบ ภาคอีสานเรียกเครือตับปลา หรือ เครือตาปลา ภาคใต้เรียกย่านเหมาะ หรือ ย่านเมราะ

เถาวัลย์เปรียง หน้าตาเป็นยังไงนะ ?
เถาวัลย์เปรียง เป็นพรรณไม้เถา ที่ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน ใบย่อยรูปไข่ เป็นมันสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อสีขาว กลีบรองดอกเป็นสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกนั้นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ที่มีผลเป็นฝักแบนเล็ก ๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด

เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณเด่นจนต้องรู้ !
แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ในตำรับยาพื้นบ้าน ได้มีการนำเถาของเถาวัลย์เปรียงมาคั่วชงน้ำ แล้วได้ดื่มกินแก้ปวดเมื่อย ในส่วนตำรับยาแผนปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ที่ได้มีการร่วมกันวิจัยทางคลินิกเพื่อในการศึกษาประสิทธิผลและเป็นผลข้างเคียงของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในจากการรักษาผู้ป่วยที่ได้มีอาการปวดหลังส่วนล่าง จำนวน 70 ราย แล้วได้มีการพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงชนิดแคปซูลขนาด 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน ได้มีอาการปวดหลังลดลงไม่ต่างจากกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาแก้ปวดไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ขนาด 25 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลาเท่ากัน

พิชิตโรคข้อเข่าเสื่อม
เถาวัลย์เปรียงนับเป็นสมุนไพรที่ได้เป็นการช่วยแก้ปัญหาข้อเข่าเสื่อมได้ดีทีเดียว ดังที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เคยได้ร่วมวิจัยกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แล้วได้มีการพบว่า ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับยานาโปรเซน ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ ที่ได้มีประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยไม่แตกต่างจากผู้ที่ได้มีการรับยาสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์

กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
ที่ได้ตามตำรับยาแผนโบราณ เถาวัลย์เปรียงที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของยาอายุวัฒนะเพื่อเป็นการช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และได้มีงานวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยที่ให้อาสาสมัครสุขภาพดี 59 คน กินแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียงวันละ 400 มิลลิกรัม เช้า-เย็น เป็นเวลา 2 เดือน ก็ได้มีการพบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใด ๆ กับร่างกาย แถมยังได้มีส่วนในการช่วยควบคุมหรือเป็นการเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้จริง ๆ

รักษาอาการตกขาว
สรรพคุณของเถาวัลย์เปรียงยังดีต่อสุขภาพผู้หญิงเช่นกัน เพราะเป็นการช่วยรักษาอาการตกขาวชนิดที่ไม่มีอาการคัน ไม่มีกลิ่น และไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ด้วยค่ะ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ได้มีการสืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว วิธีใช้ก็คือ ได้นำเถาวัลย์เปรียงสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มดื่มต่างน้ำ หรือดื่มวันละ 3 เวลา

ขับโลหิตเสีย-ช่วยให้มดลูกเข้าอู่
อีกหนึ่งสรรพคุณที่พืชชนิดนี้มีดีต่อผู้หญิงที่เพิ่งคลอดบุตรก็คือ มีฤทธิ์ช่วยในการขับโลหิตเสียของผู้หญิง โดยเป็นการการนำเถาวัลย์เปรียงทั้งห้าแบบสด ๆ เพื่อเป็นการนำมาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มต่างน้ำ นอกจากนี้เถาวัลย์เปรียงยังเป็นการช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น โดยเป็นการนำเถาสดมาทุบให้ยุ่ย แล้ววางทาบบนหน้าท้องคุณแม่หลังคลอด จากนั้นได้มีการนำหม้อเกลือที่ร้อนมานาบลงบนเถาวัลย์เปรียง

นอกจากสรรพคุณอย่างที่ได้บอกไปข้างต้นแล้ว เถาวัลย์เปรียงยังมีประโยชน์อีกมากมายตามตำรายาพื้นบ้าน เช่น

เถา ได้มีรสเฝื่อนเล็กน้อย คนโบราณนิยมใช้เป็นยาถ่ายเสมหะ ลงสู่ทวารหนัก ถ่ายเส้นจึงทำให้เส้นอ่อนและหย่อนดี รักษาเส้นเอ็นขอด แก้เมื่อย แก้เหน็บชา รักษาปัสสาวะพิการ ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด ไอ และหวัด ในบางตำราว่าส่วนเถามีสรรพคุณในการช่วยบำรุงกำลังได้ด้วย วิธีใช้คือนำเถามาหั่นตาก แล้วคั่วไฟให้หอม ชงน้ำกินแทนน้ำชา

ราก มีรสเฝื่อนเมา ตามตำรับยาไทยใช้เป็นยารักษาอาการไข้ และขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย มีสารพวก Flavonol ที่ได้มีชื่อว่า สคาเดอนิน และนันลานิน ในการใช้เป็นยาเบื่อปลาได้ แต่ไม่มีคุณสมบัติฆ่าแมลง

ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และผลอ่อนของเถาวัลย์เปรียง มีรสมัน ๆ เพื่อได้มีการนำมารับกินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริกได้
แคปซูลเถาวัลย์เปรียง….การต่อยอดจากภูมิปัญญาไทย

เป็นการนำเถาวัลย์เปรียงแบบสด ๆ นำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่าง ๆ อาจจะยุ่งยากไปสักหน่อย ในปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้มีการพัฒนาเถาวัลย์เปรียงให้อยู่ในรูปแบบแคปซูลเพื่อใช้ในโรงพยาบาล และได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มี 2 ตัวคือ

ยาเถาวัลย์เปรียง สกัดมาจากส่วนเถา ในการใช้บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ เพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ โดยกินครั้งละ 500 มิลลิกรัม-1 กรัม วันละ 3 ครั้งหลังอาหารทันที

ยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียง ที่สกัดมาจากส่วนเถา 50 เปอร์เซ็นต์ของเอทิลแอลกอฮอล์ เป็นการใช้บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง (low back pain) และอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) โดยกินครั้งละ 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหารทันที

เถาวัลย์เปรียง ใช้แล้วมีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
เช่นเดียวกับสมุนไพรชนิดอื่นที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในการใช้ เถาวัลย์เปรียงก็ทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นเดียวกัน

เป็นผลข้างเคียงของการใช้ยาเถาวัลย์เปรียง คือ ที่ทำให้ผู้ใช้มีอาการปวดท้อง ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง ใจสั่น อาจจะมีอาการผิวหนังอักเสบ หรือเป็นผื่นจากการแพ้
ผลข้างเคียงของการใช้ยาสารสกัดจากเถาวัลย์เปรียง คือ จึงทำให้ผู้ใช้มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และอุจจาระเหลว

 

 

Jan

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *